logo

HOMESTAY

()
โฮมสเตย์ เป็นภาพยนตร์ไทยแนวดราม่า-แฟนตาซี-ระทึกขวัญ ร่วมเขียนบทและกำกับโดย ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ซึ่งบทได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายญี่ปุ่นเรื่อง เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม (Colorful) โดย เอโตะ โมริ ว่าด้วยเรื่องราวของวิญญาณที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของเด็กหนุ่มชั้น ม.ปลาย และต้องสืบหาสาเหตุการตายของร่างตัวเองก่อนที่จะต้องตายอย่างถาวร
ช่องทางรับชม :

นักแสดงนำ
เฌอปราง อารีย์กุล
ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ
เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์
นพชัย ชัยนาม
โรจ ควันธรรม
ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล
ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์
ศรุดา เกียรติวราวุธ
สู่ขวัญ บูลกุล
ธเนศ วรากุลนุเคราะห์
ตัวอย่าง
ข้อมูล
()

โฮมสเตย์ (อังกฤษHomestay) เป็นภาพยนตร์ไทยแนวดราม่า-แฟนตาซี-ระทึกขวัญ ร่วมเขียนบทและกำกับโดย ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ซึ่งบทได้รับแรงบันดาลใจจากนวนิยายญี่ปุ่นเรื่อง เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม (Colorful) โดย เอโตะ โมริ[1] ว่าด้วยเรื่องราวของวิญญาณที่ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของเด็กหนุ่มชั้น ม.ปลาย และต้องสืบหาสาเหตุการตายของร่างตัวเองก่อนที่จะต้องตายอย่างถาวร

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวผลิตโดยจอกว้างฟิล์ม และจัดจำหน่ายโดยจีดีเอช ห้าห้าเก้า นำแสดงโดย ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ เฌอปราง อารีย์กุล และ นพชัย ชัยนาม และเข้าฉายอย่างเป็นทางการในโรงภาพยนตร์ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เรื่องย่อ

ในคืนที่เงียบสงัด เต็มไปด้วยสีดำ มีเสียงปริศนาเรียกร้องเหมือนชวนให้เข้าไปหา “มึงได้รางวัลนะ” นี่คือคำพูดสุดท้ายที่ได้ยินก่อนที่จะได้เห็นแสงไฟรำไรอยู่ตรงหน้า เขาได้ตื่นขึ้นมาในห้องดับจิตที่รอบข้างรายล้อมไปด้วยศพ ทันทีที่เขาเดินไปหาพยาบาล ร่างกายของเขาก็ถูกพาเข้าห้องผ่าตัดอย่างหนักเพื่อช่วยชีวิต และล้างพิษฟอร์มาลีนออกจากร่างกายโดยเร็วที่สุด สองวันต่อมาเขาได้ฟื้นขึ้นและได้รู้ว่าเขาได้กลับมาอยู่ในร่างของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เขาจำอะไรไม่ได้ทุกอย่างนอกจากชื่อ “มิน” (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ซึ่งเป็นชื่อที่แม่ (สู่ขวัญ บูลกุล) เรียกตลอดเวลาที่เขาโดนพาเข้าห้องผ่าตัด เขาตกใจมากที่ตัวเองได้กลับมามีชีวิต จึงเตลิดเปิดเปิงไปทั่วทั้งชั้น พริบตาที่เขาเดินชนคนที่ถูกชนก็ทักเขาเหมือนรู้จักกันมาก่อน “รางวัลอะไร” “นี่เรื่องจริงใช่ไหม” นี่คือสองอย่างที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขา พริบตาที่เขาปีนออกนอกหน้าต่างและกำลังจะตกตึกลงไป โลกทั้งหมดก็บิดเบี้ยว ชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่เป็นพนักงานเช็ดกระจก (นพชัย ชัยนาม) ก็เดินเข้ามาหาเขาแบบสบาย ๆ ราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป

เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงมาก และอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นแทนสรรพนามตัวเองว่า “ผู้คุม” เค้ามีหน้าที่เพียงอย่างเดียว คือคุมทุกการกระทำของเขา จับตา และดูอย่าให้เขาฆ่าตัวตายอีกเป็นครั้งที่สอง เขาตกใจมากที่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง แต่ผู้คุมก็ไม่ปล่อยให้เวลาเดินไปอย่างช้า ๆ แต่ให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่ในห้องผู้ป่วยตามปกติ แต่ไม่ทันจะได้พักผู้คุมได้กลับมาอีกครั้งในร่างนางพยาบาลสาวสวย (เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) แต่มาคราวนี้ผู้คุมกลับมาบอกเรื่องราวทั้งหมดแบบละเอียด สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาได้กลับมาอยู่ในร่างของมินในฐานะ “โฮมสเตย์” แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลับมาแบบถาวร เพราะเขามีเวลาแค่ 100 วันที่จะได้ใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง ถ้าเขาอยากอยู่ต่อ เขาต้องหาคำตอบให้ได้ว่า เจ้าของร่างที่ชื่อมิน ตายเพราะใคร? ถ้าตอบไม่ได้ เขาก็จะตายและวิญญาณเขาก็จะตายไปพร้อมกันและจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดใหม่อีกเลย พร้อมกับให้นาฬิกาชีวิตกับเขาไว้ เขารู้ทันทีว่าเรื่องนี้เริ่มไม่ชอบมาพากลแปลก ๆ เขาจึงตัดสินใจที่จะออกสืบว่า มินตายเพราะใคร ด้วยเวลาที่เหลือเพียง 98 วัน และข้อแม้ว่าห้ามไม่ให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเขาไม่ใช่มิน

เบาะแสแรกที่เขาสามารถหาได้ คือบ้านของมินเอง เพราะนั่นคือสถานที่ที่มินต้องใช้ชีวิตตลอด 24 ชั่วโมง แต่เมื่อเขากลับมา สภาพบ้านที่เห็นคือทุกรูปที่เกี่ยวกับมินนั้นหายไปหมด รวมถึง เม่น (ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์) ก็ไม่ค่อยจะพอใจที่มินกลับมาบ้าน เขาเริ่มค้นหาว่าอะไรพอที่จะชี้ทางไปหาสาเหตุการตายของมินได้บ้าง แต่ทุกอย่างกลับเป็นศูนย์ เพราะข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างของมินหายไปทั้งหมด แม้แต่ในห้องของมินเอง สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงอย่างเดียว คือต้องปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด นั่นคือทางเดียวที่จะเอาชนะเกมบ้า ๆ นี้ได้ เขาเริ่มกลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน และได้พบกับ ลี้ (ศรุดา เกียรติวราวุธ) คนที่น่าจะเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของมิน ลี้อธิบายว่ามินหายไปนานมากและไม่ได้สอบปิดภาคเรียนแรก แต่โชคดีที่ทางบ้านมาบอกว่ามินเข้าโรงพยาบาล ทางโรงเรียนจึงอนุโลมให้มินเข้าสอบย้อนหลังได้ ทันใดนั้นเองชมรมเชียร์ของโรงเรียนก็ได้เรียกประชุมด่วนเพื่อวางแผนการประชุมเชียร์และแปรอักษร เขาได้รู้ทันทีว่ามินมีปัญหากับคนรอบตัวจากรูปวาดที่มีความเกลียดชังต่อสังคม รวมถึงรูปวาดที่จงใจจะทำร้ายร่างกายและชีวิต ทางชมรมให้โอกาสสุดท้ายกับมินที่จะต้องวาดภาพเพื่อนำขึ้นแปรอักษร แต่คราวนี้ขอภาพที่มีความสร้างสรรค์และสื่อถึงความสุขออกมาให้ได้มากที่สุด เย็นวันนั้นเองเขาได้รับจดหมายจากผู้ที่อ้างว่าเป็นพี่รหัส เมื่อไปถึงเขาได้พบกับ พาย (เฌอปราง อารีย์กุล) หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความน่ารัก แถมยังเรียนเก่ง และเขารู้สึกแปลก ๆ ราวกับว่าทำไม เขากับพายถึงเข้ากันได้ดีมากกว่าความเป็นพี่รหัส เขาเริ่มมีความสุขที่ได้รับรางวัลนี้ และเพื่อไม่ให้พายต้องเสียใจ เขาจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นคนใหม่ เต็มไปด้วยความสดใส และสนุกกับชีวิตใหม่อย่างจริงจัง ไปพร้อมกับคนข้าง ๆ อย่างพาย

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหลือไม่ถึง 70 วัน ผู้คุมปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในร่างของอาจารย์หมอ (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์) มาคราวนี้ผู้คุมบอกกติกาเพิ่มเติมว่า เพราะรางวัลนี้เป็นรางวัลใหญ่ เขามีสิทธิ์ตอบคำถามนี้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าตอบถูก นาฬิกาชีวิตจะหยุดลง แต่ถ้าตอบผิด ร่างกายจะเกิดการต่อต้าน และเมื่อหมด 100 วัน เขาก็จะตายอย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่นจึงทำให้เขาต้องเริ่มลงมือค้นหาอย่างจริงจังว่ามินตายเพราะใคร โดยเบาะแสเริ่มต้นคือที่ชมรม

ที่ชมรมเขาได้พังล็อกเกอร์ของมินเพื่อที่จะหาว่าอะไรอยู่ข้างใน แต่ลี้กลับมาบอกว่าทุกอย่างมินฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ของตัวเองทั้งหมด รวมถึงคอมที่มินสั่งให้ลี้เอาไปให้ที่บ้านในวันที่ 23 ตุลาคม และคนที่เอาคอมไปคือเม่น เขาจึงนึกได้ทันทีว่าในวันที่สองที่เขากลับมาบ้าน เม่นขอไปนอนห้องเพื่อนและหยิบคอมสีเทาติดไปด้วย เขาจึงบุกเข้าหอพักของเม่นเพื่อที่จะได้เอาคอมคืน เขาเปิดคอมทุกเครื่องจนได้พบกับคอมของมินที่หน้าจอมีไฟล์ไฟล์หนึ่งวางอยู่บนเดสก์ทอป เพียงแค่เปิดไฟล์และได้อ่านบรรทัดแรกจึงรู้ทันทีว่านี่คือจดหมายลาตายของมิน แต่ยังไม่ทันที่จะได้อ่านเนื้อความทั้งหมด เม่นก็กลับเข้ามาก่อนและบอกว่าจะไม่มีใครได้ใช้คอมเครื่องนี้อีก และโยนคอมทิ้งลงข้างล่างทันที เขารีบวิ่งไปรับคอมเครื่องนั้น แต่ว่าผู้คุมในร่างคุณยาย (สุดา ชื่นบาน) กลับมาช่วยเซฟเวลาเอาไว้แถมบอกว่าวิธีนี้มันขี้โกงเกินไป รับไม่ได้กับรางวัลที่ได้รับ ผู้คุมจึงพังคอมเครื่องนี้ทิ้ง แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ นำคอมเครื่องนั้นกลับไปเปิดใช้อีกครั้ง จนได้อ่านจดหมายลาตายทั้งหมดของมิน

มินตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะฆ่าตัวตาย และได้วางแผนเอาไว้ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ ครอบครัวของมินเป็นครอบครัวที่แย่และน่าขยะแขยงมากที่สุดในชีวิตที่มินต้องเจอ พ่อ (โรจ ควันธรรม) เดิมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย มีฐานะที่มั่นคง แต่เพราะความโลภอยากเป็นเจ้าของกิจการ จึงลาออกมาขายวิตามินเสริมเต็มตัว แต่เพราะขายได้ไม่ดี เขาจึงเริ่มขโมยของในบ้านไปขายทีละชิ้นสองชิ้น ส่วน เม่น เขาน้อยใจมากที่เกิดมาเป็นน้องของเม่น เพราะสายตาที่ถูกเม่นมองมามีแต่ความอิจฉา แถมเม่นยังโกรธมากที่มินเป็นต้นเหตุที่ทำให้เม่นไม่ได้ทุนไปเรียนต่อที่เยอรมนี แถมยังต้องเลิกกับแฟนเพียงคนเดียว เม่นคงดีใจมากถ้ามินตายไป ไม่เป็นก้างขวางคอชีวิตของเม่นอีก ในบ้านนี้มินไว้ใจแม่มากที่สุด แต่แม่ก็คือคนที่หักหลังมินมากที่สุดเช่นกัน แม่คงดีใจถ้ามินไม่ตามไปอยู่ที่ระยองด้วย และสุดท้าย พาย มินสับสนกับพายมากว่าควรทำอย่างไร มินต้องฆ่าพายใช่หรือไม่? ถ้ามินไม่ฆ่า คนที่จะตายก็คือมิน…

ทันทีที่เขาอ่านจดหมายลาตายของมินจบ เขาจึงเริ่มไปเคลียร์ใจก้บคนรอบข้างทีละเรื่อง เริ่มจากคนใกล้ชิดมากที่สุดอย่างพาย ทันทีที่มินไปถึงเขาได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว พายถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือระบายความใคร่ของครูประจำห้องโอลิมปิก เขาทนไม่ได้เลยพาลไปชกหน้าครูเพื่อพาตัวพายออกมาจากห้องที่โสโครกแห่งนั้น เขาระบายความรู้สึกทุกอย่างออกมาทั้งหมดว่าเขาขยะแขยงพายมากที่พายเลือกเอาอนาคตทั้งหมดไปทิ้งไว้กับผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนั้น และเขาไม่กลัวที่จะตาย เพราะคนที่ต้องลงไปตายนั่นก็คือพาย เย็นวันนั้นเขาโดนโรงเรียนเรียกผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนข้อหาที่ทำร้ายร่างกายครูห้องโอลิมปิก พ่อมินโกรธมากที่มินมีนิสัยก้าวร้าวแบบนั้น เขาจึงโกรธพ่อมากและหาว่าพ่อเป็นคนที่โสโครกไม่แพ้คนอื่น ๆ และเตลิดเปิดเปิงไประยองทันที เมื่อเขาไปถึง เขาได้รู้ความจริงว่า แม่มีแฟนใหม่ที่ระยอง และมีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน เขาตามไปดูอย่างผิดหวังจนแม่เห็นว่ามินตามมา เขาโกรธแม่มากและหนีกลับกรุงเทพฯ โดยไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เขายืนทำใจอยู่บนสะพานนานมากจนผู้คุมในร่างเด็กผู้หญิง (ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล) เข้ามาทักอีกครั้ง คราวนี้เขาตัดสินใจตอบคำถามว่ามินตายเพราะทุกคน วินาทีที่เขาพูดออกไป เขาหยิบนาฬิกาชีวิตขึ้นมาดูอีกครั้ง แต่นาฬิกากลับไม่หยุดเดิน ผู้คุมจึงบอกว่าสายไปเสียแล้ว เขาตอบผิด ก่อนที่จะอวยพรให้เขามีความสุขกับเวลาที่เหลือแค่ สามวัน

สามวันสุดท้ายเขาโกรธทุกคนมาก เริ่มทำตัวเก็บกด และค่อย ๆ ระบายทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง เขาพูดไม่ดีกับลี้ที่มาเพราะเป็นห่วง เขาชวนพ่อออกไปกินข้าวกับแม่ที่เพิ่งกลับมาจากระยองเพื่อที่จะให้พ่อได้รู้ความจริงว่าแม่มีอีกบ้าน แม่ขอคุยกับมินเป็นการส่วนตัวเพื่อที่จะอธิบายว่าแม่ได้เลิกกับบ้านนั้นแล้ว และจะกลับมาอยู่กับมินด้วยกันที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ทันไรรถที่แม่และเขานั่งมาถูกรถสิบล้อชน เขาบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แต่แม่บาดเจ็บสาหัสล้มลงกลางถนน เขาตื่นขึ้นมาที่โรงพยาบาลอีกครั้งและรีบไปดูอาการแม่ เม่นมาบอกว่าจริง ๆ แล้วแม่รักมินมาก ทุกอย่างที่แม่ทำ แม่ทำเพื่อมิน รวมถึงเรื่องที่ไม่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ เม่นก็เป็นคนตัดสินใจเองว่าจะไม่ไป ไม่ได้เกี่ยวกับมิน เขาจึงเริ่มรู้สึกผิดและกลับไปแก้ไขเหตุการณ์ที่ผิดพลาดทั้งหมดให้เข้ารูปเข้ารอยก่อนที่เวลาชีวิตในโฮมสเตย์นี้จะหมดลง

เขาขอให้พายบอกความจริงเรื่องครูห้องโอลิมปิกกับผู้อำนวยการ เขากลับไปวาดรูปที่ค้างไว้ให้สำเร็จ และมอบให้เป็นของขวัญชิ้นเดียวกับพาย เขาแก้ไขทุกอย่างจนเรียบร้อยก่อนวันสุดท้ายมาถึง เขาได้เข้าไปดูการซ้อมเชียร์และแปรอักษร ลี้บอกว่ารอบนี้มีรูปของมินเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย เขาตกใจมากว่ารูปที่ถูกเลือก คือรูปเดียวกันกับรูปที่เขาวาดให้พาย แต่รูปนี้ไม่เหมือนกันตรงที่ผู้หญิงที่ยืนอยู่ คือแสงสว่างที่คอยฉุดใครบางคนออกมาจากความมืด พริบตานั้นเขาจึงเริ่มจำเหตุการณ์ได้ทั้งหมด เวลาชีวิตเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่นาทีสุดท้าย ร่างกายเริ่มต่อต้านอย่างหนักจนเขาล้มลงและได้เข้าไปในภาพของห้องมินที่เรียบร้อย นาทีนั้นเขาได้พบกับผู้คุมอีกครั้งในร่างของมิน เขาบอกกับผู้คุมว่าเขาพร้อมแล้วที่จะรับโทษ เพราะเขามารู้เอาในวินาทีสุดท้ายว่า มินตายเพราะตัวเอง และเขาก็จำทุกอย่างได้ว่าตัวเขาคือ … มิน … วิญญาณที่ได้รับรางวัลให้กลับมาอยู่ในร่างที่ตายแล้วของตัวเอง วินาทีที่พูดเสร็จ นาฬิกาชีวิตของมินก็หยุดลง ผู้คุมกล่าวคำยินดีว่ามินเอาชนะเกมนี้ได้แล้ว และรางวัลที่ได้รับ คือมินจะได้ใช้ชีวิตต่อไป จนกว่าร่างกายจะหมดอายุขัย

มินฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในวันที่เรื่องราวทุกอย่างจบลง วันนี้มินไม่ได้ใช้ชีวิตเป็นโฮมสเตย์ของมินอีกต่อไป แต่นี่คือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่สวรรค์มอบให้ แม้จะเพียงแค่ชั่วคราว แต่ก็ทำให้มินได้มีความสุขมากที่สุด ที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอีกครั้ง กับคนที่เขารัก ทุก ๆ คน

 

 

 

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีกำหนดฉายรอบสื่อมวลชนในวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561 ณ พารากอนซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน และมีกำหนดเข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 เดือนและปีเดียวกัน เมื่อนับเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และเชียงใหม่ ภาพยนตร์เปิดตัวด้วยรายได้ 8.88 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นรายได้เปิดตัวที่น้อยกว่า น้อง.พี่.ที่รัก ที่ออกฉายเมื่อช่วงกลางปี หลังจากผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์แรก (สี่วันหลังเข้าฉาย) ภาพยนตร์ทำรายได้ไปทั้งสิ้น 37.49 ล้านบาท และเมื่อครบสัปดาห์แรก (เจ็ดวันหลังเข้าฉาย) ภาพยนตร์ทำรายได้ไปทั้งสิ้น 48.66 ล้านบาท

ในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 จีดีเอชได้จัดงานแถลงข่าว HOMESTAY [เมื่อคนดูหนัง…ให้รางวัลผม] เพื่อเป็นการขอบคุณทุกเสียงตอบรับจากผู้ชมภาพยนตร์ที่ให้การสนับสนุนภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างดี พร้อมตั้งเป้าก้าวเข้าสู่ 100 ล้านบาทในเร็ว ๆ นี้ รายได้ ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ทั่วประเทศ อยู่ที่ 121 ล้านบาท และวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 กรุงเทพ ปริมณฑล และเชียงใหม่ อยู่ที่ 66.29 ล้านบาท และปิดโปรแกรมการฉายไปด้วยรายได้ทั้งหมด 68 ล้านบาท

ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้ถูกซื้อเพื่อนำไปฉายในต่างประเทศถึง 12 ประเทศด้วยกัน โดยประเทศญี่ปุ่นที่เป็นแหล่งต้นฉบับของหนังสือก็ได้ซื้อภาพยนตร์เรื่องนี้ไปฉายอีกด้วย

โหวตให้กับโพสต์นี้

คลิกที่ดาวเพื่อให้คะแนน!

คะแนนเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวต:

ยังไม่มีคะแนนโหวต! เป็นคนแรกที่ให้คะแนนโพสต์นี้

รูปภาพ

โหวตให้กับโพสต์นี้

คลิกที่ดาวเพื่อให้คะแนน!

คะแนนเฉลี่ย / 5. จำนวนโหวต:

ยังไม่มีคะแนนโหวต! เป็นคนแรกที่ให้คะแนนโพสต์นี้